“sbobet” เปิดหน้ากาก 3 พี่น้องตระกูล ป๊อกบา คุณรู้จักหรือยัง

          ในวงการฟุตบอลระดับโลกนั้น ตอนนี้ถ้าใครไม่รู้จัก ป๊อกบา ก็คงไม่ใช่แฟนบอลตัวจริงอย่างแน่นอน แต่ถ้าเพื่อนๆ หลายท่านรู้จัก ก็อาจจะรู้จักแค่ผิวเผิน หรือ อาจจะเห็นแค่ฟอร์มการเล่นฟุตบอลของเขาเพียงเท่านั้น บางครั้งก็อาจจะมีแอบไปเล่นแทงบอลกับนักเตะคนนี้บ้างก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ในบทความตอนนี้ คุณจะได้รู้จักทั้ง ป๊อกบาเล็ก ป๊อกบากลาง และ ป๊อกบาใหญ่ 3 พี่น้องตระกูล ป๊อกบา นั่นเอง มาอ่านเรื่องราวของเขาทั้ง 3 คนได้ที่”sbobet“ได้เลย

คุณจะได้รู้จักทั้ง ป๊อกบาเล็ก ป๊อกบากลาง และ ป๊อกบาใหญ่ 3 พี่น้องตระกูล ป๊อกบา นั่นเอง มาอ่านเรื่องราวของเขาทั้ง 3 คนได้ที่"sbobet"ได้เลย
“sbobet” เปิดหน้ากาก 3 พี่น้องตระกูล ป๊อกบา คุณรู้จักหรือยัง

มาเริ่มกันที่คนแรกเลย เขามีชื่อว่า ฟอร์ลองแตง ป๊อกบา นั่นเอง เขาเกิดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ปี 1990 โดยในปัจจุบันนี้เขาก็มีอายุย่างเข้าปีที่ 27 แล้ว เป็นคนชาวกีนีโดยกำเนิด ในด้านของการเล่นฟุตบอลของเขานั้น เขาได้เล่นฟุตบอลในตำแหน่งกองหลังแต่จริงๆ แล้วนักเตะคนนี้ เขาเริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกเลยในตำแหน่งแบ็กซ้ายมาก่อนต่างหาก แต่พอหลังจากนั้นมาสักระยะหนึ่ง เขาก็ได้มีโอกาสย้ายมาเล่นในตำแหน่งเซนเตอร์ ฮาร์ฟ แทน แล้วจากนั้นเขาก็ได้ยึดตำแหน่งการเล่นฟุตบอลในตำแหน่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน พร้อมกับการโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว แต่จุดเด่นของเขาเองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่เล่นในตำแหน่งกองหลังเพียงอย่างเดียว แต่เขานั้นสามารถโชว์ให้ทุกคนได้เล่นว่า เขาเองก็เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่สารพัดประโยชน์จริงๆ จะโยกไปเล่นในตำแหน่งต่างๆ ก็สามารถเล่นได้เหมือนกัน เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ เจ้าตัวก็สามารถลงเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้าย แบบลงเล่นเฉพาะกิจไปถึง 4 นัดด้วยกัน ซึ่งสาเหตุที่ได้ลงเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายแบบชั่วคราวนั้น ก็เนื่องจากว่าตำแหน่งตัวจริงเขาต้องไปเล่นรับใช้ทีมชาตินั้นเอง ซึ่งก็ไปเล่นแทนในตำแหน่งนี้ได้อย่างโดดเด่นเลยทีเดียว ซึ่งก็แน่นอนว่า เรื่องของการโยกไปเล่นหลายๆ ตำแหน่งนั้น คือทางของเขาเลยทีเดียว แต่พอหลังจากที่เขาไปเล่นแทนในตำแหน่งแบ็กซ้ายมาถึง 4 นัดนั้น เขาก็พาทีมเสียประตูไปเพียงแค่ 1 ประตูเท่านั้นเอง ซึ่งตลอดมากกว่า 360 นาทีที่เขาลงเล่นในตำแหน่งนี้ ถือว่ามีความสมบูรณ์แบบอย่างมากด้วย แถมยังสามารถลงเล่นและจัดการ เมมฟิส เดปาย ปีกของทีมปีศาจแดงได้อย่างอยู่หมัดอีกด้วย จากนั้น เขาเองก็ยังได้รับไว้ว่างใจให้ลงไปลุยศึกยูโรปาร์ ลีก ในรอบ 32 เกมสุดท้ายได้อีกด้วย ซึ่งก็ได้ลงเล่นในทีมปีศาจแดง ทีมต้นสังกัดของ พอล ป๊อกบา อีกด้วย ซึ่งถือว่าเขาก็เป็นน้องชายแท้ๆ ของเขาเองอีกด้วย ส่วนในเรื่องของการรับใช้ทีมชาตินั้น เขาได้ลงสนามรับใช้ทีมชาติของกีนี นับตั้องแต่ปี 2010 แล้วจนถึงบัดนี้ เขาก็ยังมีรายชื่อเข้าไปรับใช้ทีมชาติอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยมีการลงสนามไปทั้งสิ้น 12 นัดด้วยกัน แต่ในขณะเดียวกันนั้น เจ้าตัวก็ยังเคยเล่นรับใช้ทีมชาติฝรั่งเศสในชุดอายุไม่เกิน 20 ปีมาแล้วอีกด้วย โดยลงเล่นเป็นเวลา 1 ปี แต่สิ่งหนึ่งที่แฟนบอลอาจจะเดาใจยากก็คือว่า ในศึกฟุตบอลโลกปี 2022 นี้ เราอาจจะได้เห็นศึกแห่งสายเลือด ป๊อกบา กันในสนามฟุตบอลระดับโลกอีกครั้งก็เป็นได้ เนื่องจากทีมชาติกีนีเอง ก็เริ่มจะมีสายเลือดแข้งใหม่ๆ ก้าวขึ้นมาอีกมากมาย แถมยังสามารถทำผลงานมาได้ดีกันอยู่เรื่อยๆ เลยทีเดียว

คนต่อมา มาร์คิยาส ป๊อกบา เขาคือคู่แฝดของ ฟอร์ลองแตง ป๊อกบา นั่นเอง แต่นักเตะคนนี้นั้น เขาก็เล่นฟุตบอลในตำแหน่งศูนย์หน้า โดยจุดเริ่มต้นของนักเตะคนนี้ได้เข้าไปเล่นในทีมเยาวชนของเซลตาร์ วีโก้ ก็เป็นทีมเดียวกันกับฝาแฝดของเขาเอง แล้วจากนั้นก็ก้าวขึ้นไปเล่นในทีมชุดใหญ่ แล้วก็ไปค้าแข้งในลีกแรกของประเทศอังกฤษ ก็ได้เข้าไปค้าแข้งอยู่หลากหลายทีมด้วยกัน แต่อาจจะไม่ค่อยเป็นทีมยักษ์ใหญ่สักเท่าไหร่ แต่ล่าสุดในช่วงตลาดนักเตะที่เปิดแล้วก็จะปิดกันในช่วงวันสุดท้าย ก็ได้ย้ายทีมไปเล่นกับสปรตาร์ลอสเตอดัม ในลีกฮอลแลนด์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้สถานการณ์ของทีมก็ยังไม่ค่อยสู้ดีนัก ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องดิ้นรนหนีตกชั้นกันอยู่นั่นเอง แต่ในนามทีมชาตินั้น นักเตะคนนี้ก็ยังคงมีรายชื่อติดอยู่ในทีมชาติกีนีเช่นเดียวกัน

ปิดท้ายด้วยน้องคนเล็กในตระกูล ป๊อกบา ซึ่งเชื่อว่านักเตะคนนี้แฟนบอลจะรู้จักกันดีและอาจจะเคยแทงบอลกับเขามาหลายแมทซ์แล้วด้วย เขาก็คือ พอล ป๊อกบา นั่นเอง เป็นน้องชายคนสุดท้องที่เกิดในฝรั่งเศส และ เล่นในตำแหน่งมิดฟิว โดยในช่วงปี 2007 พอล ในวัย 14 ปี ก็ยังค้าแข้งอยู่ทีมหนึ่งในฝรั่งเศส แล้วจากนั้นอีก 2 ปีถัดมา ก็ได้เข้ามาร่วมทัพปีศาจแดง แล้วก็ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของทัพผีแดงในปี 2011 แต่แล้ว เส้นทางของ พอล กับปีศาจแดง ก็มาถึงทางตันอย่างรวดเร็ว เพราะป๋าเฟอร์กี้ ไม่ค่อนปล่อยโอกาสให้ลงเล่นในสนามสักเท่าไหร่ สุดท้ายเขาก็ไม่ต่อสัญญากับทีมผีแดง แล้วก็ย้ายไปอยู่กับยูเว่กันแบบฟรีๆ แต่สุดท้ายแล้วอย่างที่รู้กันดีกว่า พอล ป๊อกบา กับมาในทีมผีแดงอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่กลายเป็นนักเตะที่มีค่าตัวโคตรแพงในถิ่นโอแทรฟฟอร์ดไปเลยทีเดียว

ทำความรู้จักนักฟุตบอลมากประสบการณ์ชาวไทย วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ได้ที่นี่ “sbobet”

มาเอาใจแฟนบอลชาวไทยกันอีกสักหนึ่งตอน โดยในบทความตอนนี้ของเรา ไม่ได้มาวิเคราะห์บอลสดหรือคาดเดาสกอร์ผลบอลเพื่อให้เพื่อนๆ ไปแทงบอลออนไลน์แต่อย่างใด แต่มีนักเตะผู้ที่มากด้วยประสบการณ์ทั้งในและนอกประเทศชาวไทยคนหนึ่ง “sbobet“จะพามาแนะนำให้รู่จักว่าเส้นทางการค้าแข้งของเขานั้น ตั้งแต่ต้นชนิดที่ว่าเริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกเมื่ออายุกี่ขวบ จนก้าวขึ้นมาเป็นที่รู้จักในทุกวันนี้เขามีประวัติมาอย่างไรบ้าง ไม่รอช้า เราไปทำความรู้จักกับ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ฉายาในวงการลูกหนังว่า วันเดอร์คิดจากฉลามชล นั่นเอง

 "sbobet"จะพามาแนะนำให้รู่จักว่าเส้นทางการค้าแข้งของเขานั้น ตั้งแต่ต้นชนิดที่ว่าเริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกเมื่ออายุกี่ขวบ จนก้าวขึ้นมาเป็นที่รู้จักในทุกวันนี้
ทำความรู้จักนักฟุตบอลมากประสบการณ์ชาวไทย วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ได้ที่นี่ “sbobet”

โดยนักเตะแข้งดังชาวไทยรายนี้ มีชื่อเล่นว่าเจ้า ยิมส์  ซึ่งตามประวัติแบบเจาะลึกนั้น เขาเองเริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกแบบจริงจังเลย ตั้งแต่เขามีอายุได้เพียงแค่ 7 ขวบเท่านั้นเอง ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่อายุน้อยมากๆ คนหนึ่งเลย ซึ่งตรงนี้ก็แนะนำว่าคุณพ่อ คุณแม่ ทุกท่านที่มีลูกชายอายุในวัยนี้ ก็อย่าลืมปลูกฝังให้เขานั้นรักในกีฬาฟุตบอลก็ดีไม่น้อย เพื่อที่ว่าอนาคตอาจจะเป็นนักเตะแข้งดังอีกหนึ่งคนต่อไปมาเป็นดาวประดับวงการลูกหนังบ้านเราก็เป็นได้ โดยเจ้า ยิมส์ วรชิต คนนี้เป็นละอ่อนเหนือเมืองเชียงใหม่ ที่ตอนเด็กๆ นั้นก็มองเห็นแล้วว่า ถ้าเล่นฟุตบอลอยู่แต่เมืองเหนือเมืองเชียงใหม่อย่างเดียว คงไม่รุ่งแน่ๆ เขาก็เลยตัดสินใจที่จะย้ายเข้าไปเรียนในกรุงเทพ พร้อมกับการค้นหาความเป็นดาวบนเส้นทางนักเตะอย่างมุ่งมั่น พอหลังจากที่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่เมืองหลวงเป็นเวลา 3 ปี ตัวของเจ้ายิมส์เอง ก็ได้มีโอกาสได้เข้าไปคัดตัวนักฟุตบอลกับสโมสรชลบุรี เอฟซี โดยวันที่เขาได้เข้าไปคัดตัวนั้น ก็มีโค๊ชเฮ็ง วิทยา ซึ่งเป็นผุ้กุมบังเหียนทีมฉลามชลอยู่ในตอนนั้นด้วย เมื่อหลังจากที่ เจ้ายิมส์ วรชิต ได้วาดลวดลายการเล่นฟุตบอลอยู่สักพักใหญ่ โค๊ชเฮ็ง ก็คงเห็นแววและชอบอกชอบใจเป็นอย่างมาก จึงเป็นที่มาของการเข้าไปอยู่ในศูนย์ฝึกนักเตะทีมเยาวชนของฉลามชล ชลบุรี เอฟซี ในที่สุด พอหลังจากนั้น เมื่อเจ้าหนูน้อยเมืองเหนือคนนี้ ได้ผ่านเข้าไปบ่มเพาะฝีเท้าในฉลามชลแล้ว เขาเองก็ตั้งใจที่จะพัฒนาฝีเท้าอยู่อย่างต่อเนื่อง พออยู่เรียนรู้ทักษะจากถิ่นฉลามชลเป็นเวลานานกว่า 5 ปีแล้วนั้น เขาเองก็ได้มีโอกาสดีๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แล้วที่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดก็คือ เขาสามารถได้รับโอกาสให้เข้าไปร่วมทดสอบฝีเท้ากับทีมจิ่งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ ในตอนนี้ แต่ตอนนั้นเป็นจิ่งจอกสีน้ำเงิน เป็นทีมฟุตบอลชื่อดังในประเทศอังกฤษ ซึ่งถือว่า เจ้ายิมส์เอง ก็มีประสบการณ์การเล่นฟุตบอลและทักษะเชิงบอลมาแล้วทั้งในไทยและในต่างประเทศ แล้วจากนั้นในเวลาต่อมา ก็ได้ถูกส่งตัวไปทดสอบฝีเท้ากับทีมริสซึนโกเบร์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทีมพันธมิตรของทีมฉลามชลเองที่ประเทศญี่ปุ่น แล้วหลังจากนั้นมา เจ้ายิมส์ วรชิต ก็ได้กลับมาค้าแข้งอยู่ในทัพศรีราชา บ้านบึง เอฟซี ก็ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เจ้ายิมส์เอง ที่เจ้าตัวก็ได้ลงสนามสัมผัสเกมฟุตบอลในลีกไทยเป็นครั้งแรกอย่างเต็มตัวอีกด้วย ซึ่งเขาเองก็ได้มีโอกาสลงสนามในลีกไทยจนเต็มฤดูกาลนั้นครั้งนั้น แต่สุดท้ายพอจบฤดูกาล ทีมศรีราชา บ้านบึง เอฟซี ก็ตกชั้นลงไปก็ตาม แต่พอหลังจากนั้น สีเสื้อของ วรชิต เองก็ได้เปลี่ยนอีกครั้ง โดยมีการก้าวเข้าไปเริ่มต้นกับสโมสรฟุตบอลในบ้านเราทีมใหม่ที่อยู่ในระดับดีวีชั่น 2 กับทีมพานทอง เอฟซี นั่นเอง จนกระทั่งในฤดูกาล 2015 เจ้ายิมส์ หนุ่มน้อยเมืองเหนือคนนี้ ก็สร้างความฮือฮาให้กับวงการลูกหนังบ้านเรา ด้วยการลงสนามเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถทำประตูในลีกสูงสุดของประเทศได้สำเร็จ ในแมทซ์ที่พานทอง เอฟซี เจอกับ ทีมราชบุรีมิตรผล เอฟซี ด้วยวัยในขณะนั้นเพียงแค่อายุ 17 ปีย่าง 18 ปีเท่านั้นเอง แล้วจากนั้นในเวลาต่อมา เจ้ายิมส์เอง ก็กลายเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นในทีมฉลามชล ชุดใหญ่ไปในทันทีเช่นเดียวกัน พอหลังจากนั้นมา รายชื่อของ วรชิต กนิดศรีบำเพ็ญ ก็ได้ก้าวขึ้นไปติดทีมชาติไทยในชุดอายุไม่เกิน 19 ปีอีกด้วย เป็นการเข้าไปลุยศึกชิงแชมป์อาเซียนที่ประเทศลาว แล้วก็สามารถคว้าแชมป์กลับมาครองได้สำเร็จอีกด้วย พร้อมกับคว้าตำแหน่งดาวซัลโวประจำรายการไปครองอีกด้วย แล้วจากนั้นก็เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นทีมชาติไทยอายุไม่เกิน 19 ปี เข้าไปแข่งขันคัดเลือกแชมป์เอเชียปี 2016 ที่ประเทศบาเลนอีกด้วย จากนั้นก็โชว์ฟอร์มได้โดดเด่น จนได้ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติในรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี หรือปรีโอลิมปิกอีกด้วย

นับได้ว่านักเตะชาวไทยคนนี้ก็มีความเก่งรอบด้านและก็มีประวัติการค้าแข้งที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ก็เชื่อว่าแฟนบอลชาวไทยก็ดีหรือว่าคอบอลที่ชื่นชอบการแทงบอลออนไลน์ผ่านเว็บด้วยก็ดีนั้นก็คงจะได้มีโอกาสเห็นฟอร์มการเล่นของนักเตะคนนี้มาแล้วบ้าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดในฐานะแฟนบอลอย่างเราๆ ก็คงต้องร่วมแรงร่วมใจกันเชียร์บอลไทยกันต่อไปให้มากยิ่งขึ้นด้วยแล้วกัน

“sbobet” พาไปตลุยสนามฟุตบอลระดับเอคลาส ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

แน่นอนว่าวงการฟุตบอลในประเทศไทยของเรานั้นเมื่อช่วงประมาณ 5 ปีให้หลังมานี้ ดูเหมือนว่าจะมีการพัฒนากันมากขึ้นอย่างผิดหูผิดตา แฟนบอลทุกคนก็เริ่มให้ความสนใจตอฟุตบอลในบ้านเรากันมากขึ้น ต่างจากเมื่อก่อนที่แฟนบอลไปสนใจแต่บอลนอก บอลยุโรป บอลอังกฤษและก็มีการแทงบอลออนไลน์กันในแมทซ์ดังๆ มากกว่า แต่พอกระแสฟุตบอลมันเปลี่ยนไปเป็นแบบนี้ ธุรกิจกีฬาฟุตบอลในบ้านเรามีการเติบโตมากขึ้น ค่าจ้างนักเตะเริ่มสูงขึ้น ผลประกอบการของแต่ละสโมสรก็ดีขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนจากสโมสรปราสาทสายฟ้า บุรรัมย์ ของเสี่ยเนวิน ที่มีการสร้างสนามทีมเย่าอย่างสุดหรู ที่ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นสนามเย่าระดับเอคราส หรูทุกตารางนิ้วยันห้องเด็กเก็บฟุตบอล เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ทำให้หลายๆ สโมสรที่มีกำลังทรัพย์พอก็หันมาเห็นความสำคัญของสนามเย่าของตัวเองกันมากขึ้น ล่าสุด”sbobet“จะไปพาตลุยสนามอีกแห่งหนึ่ง นั่นก็คือ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

สโมสรที่มีกำลังทรัพย์พอก็หันมาเห็นความสำคัญของสนามเย่าของตัวเองกันมากขึ้น ล่าสุด"sbobet"จะไปพาตลุยสนามอีกแห่งหนึ่ง นั่นก็คือ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี
“sbobet” พาไปตลุยสนามฟุตบอลระดับเอคลาส ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

สำหรับสนามทีมเย่าของ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี นั้นก็มีการสร้างสนามขึ้นมาใหม่ โดยมีชื่อว่า มิตรผล สเตเตี่ยม เป็นสนามฟุตบอลแบบเต็มรูปแบบโดยที่ไม่มีลู่วิ่งมาคั้น ทำให้แฟนบอลดูได้อย่างเต็มตา เต็มอรรถรด พร้อมกับเป็นสนามฟุตบอลแห่งแรกในภาคตะวันตก ที่ได้มาตรฐานระดับเอคราสอีกด้วย สามารถใช้ในการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ลีก รวมไปถึงสามารถจัดการแข่งขันในระดับนานาชาติ ที่ฟีฟ่าให้การรับรองมาแล้วอีกด้วย

สำหรับมิตรผล สเตเตี่ยม เองนั้นใช้งบประมาณในการก่อสร้างมากกว่า 4 ร้อยล้านบาท มีเนื้อที่ทั้งหมดกว่า 70 ไร่ โดยสามารถรองรับผู้ชมเข้าชมการแข่งขันไดมากถึง 13,000 ที่นั่ง โครงสร้างประกอบด้วยเหล็กและไฟเบอร์ น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง มีเอกลักษณ์โดดเด่นประจำทีมก็คือ มังกร ที่มีความสูงกว่า 40 เมตร ภายในสนามเย่าแห่งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ห้องวีไอพีสำหรับผู้ที่ต้องการชมการแข่งขันฟุตบอลแบบสุดพิเศษ สุดหรู พร้อมกับมีคลับเฮาท์ ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ส่วนบริเวณภายนอกสนามนั้น ก็จะมีแหล่งช็อปปิ้ง คอมมูนิตี้ มอล์ พร้อมกับมีสวนสนุก เตรียมเอาไว้รอทุกท่านที่สามารถเข้าไปท่องเที่ยวแบบครอบครัว หอบลูกจูงหลานเข้าไปได้ทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกเพศ และทุกวัยจริงๆ ซึ่งตามข้อมูลที่ปรากฏออกมานั้น สนามฟุตบอลทีมเย่าสุดหรูระดับเอคราสแห่งนี้ ได้รบการสนับสนุนจากกลุ่มบอร์ดบริหารของกลุ่มมิตรผล แล้วก็ยอมรับกันตรงๆ ว่า แรงบันดาลใจในการสร้างสนามฟุตบอลที่มีความหรูหรา เพียบพร้อมไปทุกอย่างแบบนี้ ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากนายเนวิน เจ้าของทีมบุรรัมย์ เอฟซี ที่สร้างสนามฟุตบอลทีมเย่าระดับเอคราสแบบนี้มาเป็นที่แรกในประเทศไทยเรา ที่เป้นสนามเอกชนทำกันขึ้นมาเอง

ซึ่งหลังจากที่ได้ไปตลุยสนามเยาของทีมราชบุรี มิตรผล มาแล้ว ก็ได้รับทราบข้อมูลในเชิงลึกอีกว่า พอหลังจากที่ทีมฟุตบอลนี้ ยังเริ่มต้นการสร้างสนามเย่าสุดหรู ยังเป็นทีมที่แข่งขันอยู่ในระดับดีวีชั่น 2 อยู่เลย แต่พอมีการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าทีมจะไม่ได้ประสบความสำเร็จมากนักในด้านของผลงาน แต่พอหลังจากสร้างสนามมิตรผล สเตเตี่ยม นี้เสร็จแล้ว ก็มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านแฟนบอลอย่างชัดเจนมากขึ้น โดยวัดได้จากการขายเสื้อประจำทีมที่เดิมทีใช้สนามเก่าจะขายเสื้อทีมได้นัดละประมาณแค่ 3 แสนบาท แต่พอหลังจากสร้างสนามสุดหรูนี้แล้วเสร็จ ก็มีแฟนบอลเข้ามาชม เข้ามาเชียร์ฟุตบอลกันมากขึ้น ยอดขายเสื้อทีมเองก็พุ่งขึ้นไปเป็นนัดละ 7 แสนบาทเลยทีเดียว ซึ่งจุดเล็กๆ ตรงนี้ อาจจะมองว่า การที่มีสนามที่ยิ่งใหญ่เป็นของตัวเองแบบนี้ แฟนบอลของทีมราชบุรี มิตรผล เองก็อาจจะมีแรงจูงใจที่เพิ่มมากขึ้น เพราะทีมมีความยิ่งใหญ่ แล้วสิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ มียอดของแฟนบอลผู้เข้าชมการแข่งขันที่มากขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย สำหรับสนามฟุตบอลมิตรผล สเตเตี่ยม เองก็สามารถสร้างเสร็จสมบูรณ์ในช่วงกลางปี 2016 ที่ผ่านมา ซึ่งถ้าดูจากสถิติตั้งแต่นักฟุตบอลทีมเจ้าบ้านของตัวเอง ได้ทำการลงสนามแข่งขันกับสนามฟุตบอลแห่งใหม่ของพวกเขานั้น แน่นอว่ามีสถิติไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยการลงสนามแบบเย่าครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2016 เป็นนัดแรกนั้น ทีมราชบุรี มิตรผล ก็สามารถเอาชนะทีมใหญ่ๆ มาได้มากมาย ยกตัวอย่างเช่น ทีมอาร์มี่ ยูไนเต็ด และสามารถชนะเอสซีจี เมืองทอง แล้วก็ข้ามไปชนะทีมบีอีซี เทโรศาสน และก็ชนะทีมราชนาวี แล้วจากนั้นก็มีทีมฟุตบอลใหญ่มากมายที่ก้าวเข้าไปเป็นทีมเยือนกับราชบุรี มิตรผล แล้วก็ไม่สามารถคว้าแต้มของจากรังมิตรผล สเตเตี่ยม แห่งนี้ไปได้

นี่ก็คงจะเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่วงการฟุตบอลในบ้านเราเห็นกันอย่างชัดเจนในช่วงที่ผ่านมาและก็ถือว่าวงการลูกหนังในบ้านเรานั้นไม่ธรรมดาอีกต่อไปแล้ว และ เชื่อว่าต่อไปแฟนบอลก็จะหันมาเชียร์ฟุตบอลในบ้านเรากันอย่างจริงๆ จังๆ มากขึ้น ซึ่งจากเดิมอาจจะไปเชียร์บอลนอกและแทงบอลออนไลน์กับบอลนอกเสียเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง

“sbobet” นำเสนอ 10 เรื่องเศร้าเขย่าวงการลูกหนังประจำปี 2016 ตอนที่ 2

          มาต่อเนื่องความโศกเศร้ากันต่อไปใน “sbobet” ด้วยประเด็นที่ว่า ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา คอบอลที่ชื่นชอบทั้งการเชียร์ฟุตบอลและเพื่อนๆ ที่มักจะเข้าไปติดปลายนวมแทงบอลออนไลน์กันอยู่เสมอๆ ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาด้วยเช่นกันนั้น ก็คงจะมีเหตุการณ์ที่ทำให้โศกเศร้าไปเหมือนกับเรื่องราวที่กำลังจะนำเสนอกันต่อไปในตอนที่ 2 นี้เช่นเดียวกัน

 มาต่อเนื่องความโศกเศร้ากันต่อไปใน "sbobet" ด้วยประเด็นที่ว่า ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา คอบอลที่ชื่นชอบทั้งการเชียร์ฟุตบอลและเพื่อนๆ ที่มักจะเข้าไปติดปลายนวม
“sbobet” นำเสนอ 10 เรื่องเศร้าเขย่าวงการลูกหนังประจำปี 2016 ตอนที่ 2

มาต่อเนื่องเรื่องราวที่โศกเศร้าเขย่าวงการลูกหนังเหตุการณ์ที่ 3 กันต่อไปเลยดีกว่า เป็นประเด็นที่ว่า สโมสรสเปอร์สสานฝันเด็ก โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ปีที่ผ่านมา มันเป็นเรื่องราวที่น่าเศร้าจนเห็นน้ำตาของใครบางคนออกมาได้ เป็นช่วงที่อยู่ในระหว่างการปิดซีซั่น ก็นำพาแฟนบอลต้องทั้งอึ่ง ทั้งทึ่งกันไปตามๆ กัน ด้วยเจ้าหนูน้อย มาร์แชล ต้องประสบพบเจอกับความโชคร้าย ที่ต้องสูญเสียเขน ขา ด้วยอาการพบเชื้อในเยื่อสมองที่อักเสบ ด้วยเจ้าหนูน้อยคนนี้ก็เป็นแฟนบอลตัวจริงของทีมไก่เดือยทองมาตั้งแต่กำเนิดเลยก็ว่าได้ แต่สุดท้ายทีมไก่เดือยทองก็ได้มีการสานฝันของเด็กน้อยคนนี้ให้เป็นจริง ด้วยการอนุญาตให้เจ้าหนูน้อยคนนี้ทำการลงซ้อมกับบรรดานักเตะของทีมไก่เดือยทองอย่างจริงจัง แล้วในนัดที่ได้ลงสนามซ้อมบอลกันนั้น ก็มีแฟนบอลข้างสนามมากมาย ที่ได้ตะโกนส่งกำลังใจไปให้เจ้าหนูน้อยคนนี้ว่า พวกเรารักคุณ มาร์แชล นับได้ว่ามันเป็นการสานฝันเด็กให้พบเจอกับความปลื้มปิติยินดีอย่างมากเลย ทั้งๆ ที่เจ้าหนูน้อยคนนี้รู้อนาคตข้างหน้าของตัวเองว่ากำลังประสบกับโรคร้ายอยู่

เรื่องเศร้าเขย่าวงการลูกหนังเรื่องที่ 4 เป็นเรื่องที่น่าประทับใจของซันเดอร์แลนด์ เป็นเรื่องราวของ แบล็ดดี่ ลอร์รี่ เป็นเจ้าหนูน้อยวัยเพียงแค่ 5 ขวบเท่านั้นเอง แต่เรื่องนี้บางท่านอาจจะคิดว่ามันน่าเศร้าตรงไหน แต่จริงๆ แล้ว เจ้าหนูคนนี้ ต้องประสบพบเจอกับโรคร้ายเช่นเดียวกัน เขาต้องรู้ว่าตัวเองนั้นจะมีอายุอยู่บนโลกใบนี้ต่อไปได้ไม่เกินอีก 1 เดือนข้างหน้านี้ เพราะเจ้าหนูน้อยคนนี้เป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย นับจากที่นัดลงสนามของทีมซันเดอร์แลนด์ เปิดบ้านแข่งกับ เชลซี แน่นอนว่าเจ้าหนูน้อยคนนี้ ก็เป็นแฟนบอลของทีมซันเดอร์แลนด์โดยสายเลือดเช่นเดียวกัน จากนั้นเมื่อเรื่องนี้รับรู้เข้าถึงผู้ใหญ่ของทีมแมวดำแล้ว โค๊ชของทีมแมวดำเอง ก็ได้ทำการอุ้มเจ้าหนู ลอร์รี่ คนนี้ลงมาในสนาม พร้อมกับให้เจ้าหนูคนนี้ได้ยิงจุดโทษร่วมกับ อัสเนียร์ เบโกวิซ ตามด้วยให้เจ้าหนูน้อยคนนี้ไปกระทบไหล่กับนักเตะชื่อดังอย่าง ดิเอโก้ คอสตาร์ อีกด้วย แล้วจากนั้นมา ทางพรีเมียร์ลีกเอง ก็จัดอันดับให้การยิงลูกโทษลูกนี้ให้กลายเป็นลูกยิงยอดเยี่ยมประจำเดือนธันวาคม ในปีที่ผ่านมาอีกด้วย เพื่อให้เจ้าหนูน้อยคนนี้ ได้รับรู้ถึงความสุขอันยิ่งใหญ่มากที่สุดที่เขาได้ใฝ่ฝันเอาไว้ ก่อนที่เขาจะจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ นับได้ว่ามันเป็นเรื่องราวที่สุดแสนจะน่าเศร้าเขย่าวงการลูกหนังอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

เรื่องน่าเศร้าเขย่าวงการลูกหนังเรื่องที่ 5 ให้เหตุการณ์นี้ว่า น้ำตาของผู้แพ้ นับได้ว่าการเป็นนักเตะนั้น ไม่มีอะไรที่เจ็บใจมากที่สุดด้วยการตกอยู่ในสถานะของผู้พ่ายแพ้ โดยเฉพาะการเข้าไปแข่งขันฟุตบอลในรายการใหญ่ ที่มีแฟนบอลมากมายต่างก็จับตาจ่องมองอยู่ พร้อมทั้งมีแฟนบอลมากมายทั่วโลกที่กำลังแทงบอลออนไลน์อยู่ด้วยเช่นเดียวกันแบบนี้ แล้วนั้นก็เป็นที่มาของการเสียน้ำตาลูกผู้ชายที่เป็นนักเตะคนดังระดับโลกหลายๆ คนที่มีน้ำตาออกมาให้ได้เห็นกัน แต่นับได้ว่าความพ่ายแพ้แบบ 2 รอบติดๆ กัน ของทีมตราหมี แอต มาดริด ซึ่งก็พ่ายแพ้ มาดริด ด้วยการดวนจุดโทษ ในศึกยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก จนทำให้ทีมตราหมีเองไม่อาจจะกลั่นน้ำตาแห่งความเสียใจและแรงกดดันนี้เอาไว้ไม่ไหว เหล่าบรรดานักเตะทีมตราหมีเองก็พากันโหมดเข้าไปขอโทษแฟนบอลท่วมท้นทั้งน้ำตา ถือได้ว่าเป็นความเศร้าเคล้าน้ำตาจริงๆ แต่สิ่งที่น่าประทับใจสุดๆ ก็คือว่า ในขณะที่ทีมตราหมีทั้งทีม กำลังร้องให้อยู่นั้น ก็ไม่มีแฟนบอลคนไหนเลยที่ลุกขึ้นมาตะโกนด่าถึงความผิดพลาดอันยิ่งใหญ่ติดๆ กันถึง 2 ครั้งแบบนี้ แต่กลับเป็นภาพที่แฟนบอลทุกคนของทีมตราหมี พากันลุกขึ้น แล้วก็ปรบมือ พร้อมกับร้องเพลงเชียร์นักเตะทีมตราหมีกันต่อไปเสียงดังแบบสุดคอหอยกันเลยทีเดียว

เรื่องน่าเศร้าเขย่าวงการลูกหนังเรื่องที่ 6 น้ำตาของมนุษย์ต่างดาว ลีโอเนล เมสซี่ ไม่บ่อยครั้งมากนัก ที่แฟนบอลของ เมสซี่ ทั่วโลก จะได้เห็นภาพแห่งความอ่อนแอของผู้ชายคนนี้ในสนาม เพราะบ่อยครั้งที่เราเห็นแต่ความดุดัน เห็นแต่ความโหดในการลากเลื้อยลูกฟุตบอลทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แต่เรื่องนี้ใครจะเชื่อว่า เมสซี่ จะพาทีมชาติตัวเอง ผ่านเข้าไปสู่รอบชิง 3 ปีซ้อน ตั้งแต่บอลโลก 2014 ถัดมาเป็นโคปาร์ 2015 และสุดท้ายโคปาร์ 2016 ทั้งหมดนี้ เมสซี่ และทีมชาติของตัวเองเป็นได้แค่พระรองเท่านั้น ไม่ไปถึงฝั่งฝันเลยสักครั้ง

เรายังเหลืออีกหลายๆ เหตุการณ์ความน่าเศร้าเขย่าวงการลูกหนังที่ต้องนำเสนอกันต่อไปในตอนที่ 3 ต้องห้าพลาดที่เข้ามาอ่านในการจัดอันดับครั้งนี้กันอย่างต่อเนื่องรับรองได้ว่ามันส์สุดๆ ไปเลย

“sbobet” นำเสนอ 10 เรื่องเศร้าเขย่าวงการลูกหนังประจำปี 2016 ตอนที่ 1

          ต้องขอกล่าวคำว่าสวัสดีปีใหม่ให้กับเพื่อนๆ คอบอลทุกท่านเลย ก้าวเข้าสู่ปีใหม่อย่างเต็มรูปแบบแล้ว ก็หวังว่าทุกท่านจะมีสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตของตัวเองกันอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งปี 2017 นี้ตลอดไป พร้อมกับสิ่งที่คิดว่าคอฟุตบอลในบ้านเราชื่นชอบกันมากที่สุดก็คงไม่ใช่เรื่องราวที่จะนำเสนอกันในตอนนี้ ก็คือ เรื่องเศร้าเขย่าวงการลูกหนังในปีที่ผ่านมา จะมีเรื่องอะไรบ้าง พร้อมทั้งเพื่อนๆ คอบอลที่เคยแทงบอลออนไลน์กันมามากมายในปีที่ผ่านมา จะมีเรื่องเศร้ามากไปกว่าเรื่องราวที่”sbobet“ได้นำมาเสนอกันในรูปแบบบทความนี้บ้างหรือไม่ ไปติดตามกันเลย

ในปีที่ผ่านมา จะมีเรื่องเศร้ามากไปกว่าเรื่องราวที่"sbobet"ได้นำมาเสนอกันในรูปแบบบทความนี้บ้างหรือไม่ ไปติดตามกันเลย
“sbobet” นำเสนอ 10 เรื่องเศร้าเขย่าวงการลูกหนังประจำปี 2016 ตอนที่ 1

เริ่มต้นเรื่องเศร้าเขย่าวงการลูกหนังเรื่องแรกนั้น ต้องขอย้อนไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เชื่อว่าแฟนบอลทุกท่านก็คงจะพอจดจำกันได้บ้าง เพราะในปีที่ผ่านมาก็มีคนในวงการฟุตบอลที่เป็นบุคลสำคัญๆ มากมายที่เราต้องสูญเสียพวกเขาเหล่านั้นไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ เริ่มต้นตั้งแต่คนสำคัญอย่าง ซันเซเร่ มัลตินี่ย์ ซึ่งเป็นคุณพ่อแท้ๆ ของนักเตะคนดังอย่าง เปาโล มัลตินี่ย์ ซึ่งคุณพ่อท่านนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นตำนานอาวุโสของสโมสรเอซี มิลาน กันเลยทีเดียว ที่ท่านนั้นได้เสียชีวิตลงด้วยวัยที่มากถึง 84 ปี แล้วจากนั้นมาอีกหนึ่งความสูญเสีย ก็คือ นักเตะเทวดาที่จัดได้ว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในวงการลูกหนังโลกเลยก็ว่าได้ เพราะท่านคนนี้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งที่คอยขับเคลื่อนวงการลูกหนังให้มีทั้งความสนุกและความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้ได้ เขาคนนี้จะว่าไปแล้วก็เป็นคนที่รักของทั้งสโมสรบาร์เซโลน่า ทีมชาติฮอลแลนด์ และแฟนบอลของทุกๆ ทีมทั่วโลก ที่ต่างพากันยกย่องให้เขาเป็นดั่งนักเตะที่มากด้วยความสามารถ เขาท่านนี้คือโยฮัน คลัฟ ซึ่งเขาได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับอีกเช่นกัน สิริอายุของท่านก็ด้วยวัยเพียงแค่ 69 ปีเท่านั้นเอง แต่ในช่วงตลอดทั้งปีที่ผ่านมานี้ ก็นับได้ว่ามีบุคคลในวงการลูกหนังอีกจำนวนไม่น้อยเลย ที่ต้องล้มหายตายจากโลกนี้ไปด้วยอาการสงบ แต่เราเองก็คงเก็บมานำเสนอกันทั้งหมดก็คงไม่ไหว แต่ก็ถือว่าทั้งสองบุคคลนี้ ที่ได้กล่าวมาข้างต้นก็กลายเป็นบุคคลอันทรงเกียรติของวงการลูกหนังที่เรายังคงจดจำเขาไปตลอดกาล

เรื่องเศร้าเขย่าวงการลูกหนังอันดับที่ 2  ต้องบอกเลยว่าเป็น ยูโรเพื่อพ่อ ก็ต้องขอย้อนไปที่การแข่งขันฟุตบอลเพื่อความเป็นเจ้าแห่งยุโรปนั้น ก็มีมากถึง 2 นักเตะที่ต้องสูญเสียคุณพ่อไปในระหว่างนั้น นักเตะคนแรกเลยก็คือ ดาร์นิโอ เซอน่า ซึ่งนักเตะคนนี้ก็ได้สูญเสียคุณพ่อของเขาไปในระหว่างที่กำลังพาทีมชาติบ้านเกิด ในนัดที่สามารถเอาชนะทีมชาติตุรกีไปด้วยสกอร์ 1 ประตูต่อ 0 แต่พอหลังจบเกมในนัดนั้นแล้ว เขาก็ต้องรับทราบถึงความเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะรู้ว่าคุณพ่อของเขาไม่ได้อยู่ให้กำลังใจเขาในการลงสนามอีกต่อไป อีกหนึ่งนักเตะที่สูญเสียคุณพ่อของเขาไปในช่วงนั้นเช่นเดียวกัน เขาก็มีชื่อว่า เยอร์รี่ กราริซ เป็นนักเตะที่เล่นในตำแหน่งมิสฟิวทีมชาติออสเตรเลีย ซึ่งในนัดที่คุณพ่อของเขาจากไปนั้น เขากำลังลงสนามบู้แข้งกับทีมชาติฮังการี่ โดยนักเตะของทั้งคู่นี้ ก็ได้สูญเสียคุณพ่ออันเป็นที่รักของเขาไปในเวลาที่ใกล้เคียงกัน แต่เมื่อรับรู้และรับทราบข่าวอันโศกเศร้าแบบนี้แล้ว นักเตะทั้งคู่ก็ไม่เลือกที่จะกลับบ้านหรือไม่ยกเลิกที่จะลุยศึกรับใช้ชาติกันต่อไป พร้อมกับยินดีที่จะเล่นฟุตบอลกันต่อเนื่องไปจนรู้ดำรู้แดง พร้อมกับนักเตะทั้งคู่ ก็อาจจะภาวนาให้คุณพ่อของเขานั้น นั่งดูลูกชายคนนี้เล่นฟุตบอลรับใช้ชาติโดยให้ท่านนั่งดูอยู่บนสรวงสวรรค์แทน ซึ่งในภายหลังต่อมานั้น ก็มี การิซ ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อลูกหนังเอาไว้ว่า ผมโทรสายตรงไปหาคุณพ่อ ก่อนที่ท่านจะจากไป และ ผมเองก็ตัดสินใจแล้วว่า ผมเองจะยังลงเล่นยูโรจนจบ ซึ่งคุณพ่อของเขาเองก็ต้องการเช่นนั้นเหมือนกัน ผมเองในช่วงนั้นยอมรับว่าข้างในใจนั้นมันร้องให้กับความสูญเสียนี้อย่างมากที่สุด แต่ผมเองก็ต้องพยายามทำใจให้มันเข้มแข็งให้มากที่สุดเช่นเดียวกัน เพื่อให้มีสมาธิอย่างมากกับฟุตบอลและการรับใช้ชาติของผม เพราะคุณพ่อบอกเสมอว่า ท่านอย่างเห็นความสำเร็จในเส้นทางการค้าแข้งของผม แล้วผมก็คิดอยู่ในใจเสมอเลยว่า ผมเองจะทำอนาคตให้สวยงามมากที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ นี่คือบทให้สัมภาษณ์ของ การิซ ในขณะนั้น

เราได้นำเสนอกันไปถึง 2 เรื่องราวใหญ่ๆ ที่เป็นเรื่องเศร้าเขย่าวงการลูกหนังและคอบอลที่ชื่นชอบการแทงบอลออนไลน์ทั้งหลาย ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แต่ทั้งนี้ “sbobet“ก็ยังเหลือเรื่องราวมากมายที่ต้องนำเสนอกันต่อไป เพื่อนๆ สามารถที่จะอ่านเรื่องราวที่เหลือนี้ในตอนที่ 2 ต่อไป ต้องบอกได้เลยว่าห้ามพลาดอย่างเด็ดขาดเพราะนี่คืออีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์วงการลูกหนังเลยทีเดียว

ทีมไหนจะเดือด ทีมไหนจะได้แชมป์ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 17-18 วิเคราะห์กันแบบฟันธงที่นี่ “sbobet”

    สวัสดีแฟนฟุตบอลทั้งหลายที่ชื่นชอบการดูบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ในช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงของต้นฤดูกาล 2017-2018 ก็ต้องบอกว่าช่วงต้นๆ แบบนี้เรายังมองอะไรไม่ออกและมีการพลิกผันกันอยู่พอสมควรเลยในแต่ละทีม คอบอลบางท่านที่เข้าไปแทงบอลก็อาจจะพลาดท่ากันไปแล้วหลายแมทซ์อยู่เหมือนกัน ดังนั้น ในบทความตอนนี้ “sbobet“จะพาทุกท่านมาอ่านบทวิเคราะห์กันว่า ในซีซั่นนี้ ทีมไหนจะเด่น ทีมไหนจะดัง ทีมไหนจะได้มีโอกาสเข้าไปสู่รอบตัดเชือกแล้วก็ผ่านขึ้นไปคว้าถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ในที่สุด ไปติดตามกันเลย

  "sbobet"จะพาทุกท่านมาอ่านบทวิเคราะห์กันว่า ในซีซั่นนี้ ทีมไหนจะเด่น ทีมไหนจะดัง ทีมไหนจะได้มีโอกาสเข้าไปสู่รอบตัดเชือกแล้วก็ผ่านขึ้นไปคว้าถ้วยแชมป์
ทีมไหนจะเดือด ทีมไหนจะได้แชมป์ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 17-18 วิเคราะห์กันแบบฟันธงที่นี่ “sbobet”

ทีมแรกเลยที่เราก็มองว่าเขาต้องมีการงัดไม้เด็ดมาสู้ทีมอื่นๆ อย่างดุเดือดแน่นอน สโมสรสิงห์บลู เชลซี ของกุนซือที่มีดีกรีเป็นถึงแชมป์เก่าที่ได้แชมป์ในซีซั่นที่แล้วไปก่อนใครรเพื่อนแบบกอดอุ่นๆ ตั้งแต่ยังไม่ปิดฤดูกาล เขาผู้นั้นคือ คอนเต้ นั่นเอง เป้าหมายหลักๆ ของทีมนี้เลยก็คือการป้องกันแชมป์ให้ได้อีกหนึ่งสมัยต่อเนื่อง ซึ่งในซีซั่นนี้เองก็มีนักเตะบางคนที่เป็นแข้งสำคัญของซีซั่นที่แล้วก็เสียไปให้ทีมอื่นอยู่หลายคนเหมือนกัน แล้วก็ได้นักเตะแข้งใหม่ที่เข้ามาใหม่ก็มีหลายคนเหมือนกัน เด่นๆ เลยก็คือ โมราต้า แล้วก็มีนักเตะในทัพในตำแหน่งต่างๆ ก็หลายคนเช่นเดียวกัน ตรงนี้เองเชื่อว่าแฟนบอลสิงห์บลูหลายคนรู้กันดีอยู่แล้ว ทีนี้มาวิเคราะห์กันถึงเรื่องจุดอ่อน จุดแข็งของทีมนี้ในซีซั่นนี้กันบ้าง ต้องยอมรับเลยว่าชุดนักเตะในซีซั่นที่แล้วมาค่อนข้างสมบูรณ์แบบ ครบถ้วยทุกจุดอ่อนสามารถปิดได้หมด แต่เมื่อมาเป็นซีซั่นนี้ ก็คงยังต้องมีจุดอ่อนในเรื่องของภายในทีมที่บางทีอาจจะมีปัญหาเรื่องความขัดแย้งในทีมมากกว่า และ เมื่อมีนักเตะเข้ามาใหม่ก็หลายคนเหมือนกัน ทีนี้จะมาปรับตัวให้เข้ากับทีมได้ดีแค่ไหน อันนี้น่ามีลุ้นเยอะพอสมควร แล้วที่แน่ๆ คอนเต้ เองก็ดี สิงห์บลู เองก็ดี ก็โดนแฟนบอลถามกันเยอะว่าทำไมถึงขาย มาติซ ออกไป ทำให้ผลที่เกิดในช่วงต้นฤดูกาลนี้เองก็ทำให้ กองเต้ ค่อนข้างเหนื่อยในการเล่นและทำให้ไม่สามารถบุกได้เต็มที่เหมือนกับที่มี มาติซ อยู่ด้วย ซึ่งตรงนี้ก็อาจจะมีจุดอ่อนที่ค่อนข้างสำคัญ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเอง สิงห์บลู ตั้งแต่มีคอนเต้เข้ามาทำหน้าที่กุมบังเหียน พร้อมกับมอบเทคติกที่ดีๆ เหนียวแน่นๆ แบบซีซั่นที่แล้ว ตรงนี้เองแอดมินบอกได้เลยว่ามันคือจุดแข็งของสิงห์บลูมากๆ เลยทีเดียว ที่ทีมอื่นก็เข้ามาเจาะได้ยากมากๆ

อีกหนึ่งทีมต่อมาที่ฟาดฟันกันมาตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว นั่นก็คือทีมไก่เดือยทอง สเปอร์ส นั่นเอง ต้องบอกว่ามีจุดแข็งที่พอๆ กัน แต่ซีซั่นที่ผ่านมาไก่เดือยทองนั้นดูเหมือนว่าเดือยไก่จะไม่แข็งแรงพอเลยสู้สิงห์ไม่ได้ แต่ในซีซั่นนี้เอง ไก่เดือยทองก็มีนักเตะที่เสียออกไปให้ทีมอื่นค่อนข้างเยอะ แต่ที่แน่ๆ นั้น ไก่เดือยทองไม่เลือกที่จะช๊อปนักเตะเข้ามาทีมใหม่ๆ เลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งอาจจะคิดไปได้ว่า ไก่เดือยทอง อาจจะไม่มีเงินในการช๊อปนักเตะก็เป็นได้ อาจจะเอาเงินไปทุ่มกับการสร้างสนามใหม่ก็ว่าได้ แต่นักเตะที่มีอยู่ก็จัดว่าเด็ดเผ็ดมันส์พอสมควร เรียได้ว่าดีทุกตัว แล้วเรื่องของการดูแลนักเตะไม่ให้บาดเจ็บในช่วงตลอดการแข่งขันทั้งซีซั่นนั้นยอดเยี่ยมมากๆ แต่จุดอ่อนของทีมไก่เดือยทองก็ยังมีอยู่เช่นเดียวกัน แน่นอน เรื่องของการเสียนักเตะไปแต่ไม่มีใครเข้ามาเสริมเลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเอง ไก่เดือยทองและกุนซือของสเปอร์สเองก็ได้ออกมาแจ้งตั้งแต่ในช่วงปรีซีซั่นแล้วว่าเขาจะไม่เน้นในเรื่องของการซื้อนักเตะแพงๆ เข้ามร่วมทีมแล้ว แต่จะเน้นไปที่เรื่องของการดันนักเตะในชุดเยาวชนขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ให้มากกว่าเดิม เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่ทีมต้องพยายามปั้นนักเตะหน้าใหม่เข้ามาแทนที่มากกว่านั่นเอง

อีกหนึ่งทีมที่มีแฟนบอลคาดหวังดและแอดมินก็ฟันธงเช่นกันว่าน่าจะมีอะไรดีๆ พอที่จะไปงัดข้อเขาได้และแฟนบอลก็เยอะด้วยทีมนี้แถมคอบอลก็ชอบแทงบอลทีมนี้ด้วย นั่นก็คือ ทัพปืนใหญ่ อาร์เซนอล ภายใต้การคุมทีมของ เวนเกอร์ นั่นเอง เรียกได้ว่ายึดขาเก้าอี้เอาไวได้ดีอีกหนึ่งสมัย แต่ถ้าผลงานไม่ดีในซีซั่นนี้เชื่อว่าไปแน่ๆ เก้าอี้เปลี่ยนแน่ๆ สำหรับตำแหน่งผู้จัดการทีม แต่ในซีซั่นนี้ก็ดึงนักเตะเข้ามาไม่ได้มาก แต่มาแก้ตรงจุดที่ทำสกอร์ไม่ได้เฉียบขาดสักเท่าไหร่ ซึ่งจุดแข็งก็คือการที่ดึงนักเตะตัวรุกเข้ามาช่วยก็น่าจะส่งผลดีต่อทีมพอสมควร แต่จุดอ่อนที่ทัพปืนใหญ่ต้องเจออยู่บ่อยๆ คือ ปัญหาเรื่องของนักเตะบาดเจ็บเยอะในช่วงหน้าหนาว ตรงนี้เองมันก็ทำให้การทำแต้มของปืนใหญ่เองมันสะดุดไปในซีซั่นที่แล้ว ก็ต้องดูกันว่าจะเป็นอย่างนี้อีกหรือไม่ในซีซั่นนี้ แล้วเพื่อนๆ คอบอลทั้งหลายคิดเห็นอย่างไร ทีมไหนจะคว้าแชมป์ลองคอมเม้นทก์กันมาได้เลยนะครับ

“sbobet” นำเสนอ 3 ทีมชาติที่พลาดตกรอบอย่างน่าเหลือเชื่อในศึก แอฟริกัน เนชั่น คัฟ 2017

แม้ว่าฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลยุโรปจะมีความน่าสนใจไปกว่าฟุตบอลที่ได้มีการเปิดศึกกันมาในช่วงต้นปี 2017 แบบนี้ในระดับทีมชาติแอฟริกัน เรากำลังหมายถึงการเปิดศึกแอฟริกัน เนชั่น คัฟ 2017 ที่ผ่านมานี้เอง แน่นอนว่าก็เป็นอีกหนึ่งศึกที่น่าสนใจไม่น้อยและก็คิดว่าน่าจะมีคอฟุตบอลตามไปแทงบอลอยู่จำนวนไม่น้อยเช่นเดียวกัน เพราะว่ามีซุปตาร์จากศึกพรีเมียร์ลีกและศึกยุโรปอีกหลายๆ ลีกที่เดินทางกลับไปรับใช้ชาติกันอยู่ด้วย แต่ก็มีอยู่หลายๆ ทีมชาติที่ตอนแรกก่อนเปิดศึก “sbobet“ได้วิเคราะห์บอลกันเอาไว้ว่า ทีมชาติเหล่านั้นน่าจะทำได้ดีกว่าที่คิด แต่เขากลับทำพลาดตกรอบไปก่อนแบบน่าเหลือเชื่อในศึกครั้งนี้ จะมีทีมชาติไหนกันบ้างที่ทำพลาดพาตัวเองตกรอบไปก่อน ไปติดตามกันเลย

"sbobet"ได้วิเคราะห์บอลกันเอาไว้ว่า ทีมชาติเหล่านั้นน่าจะทำได้ดีกว่าที่คิด แต่เขากลับทำพลาดตกรอบไปก่อนแบบน่าเหลือเชื่อในศึกครั้งนี้
“sbobet” นำเสนอ 3 ทีมชาติที่พลาดตกรอบอย่างน่าเหลือเชื่อในศึก แอฟริกัน เนชั่น คัฟ 2017

ทีมชาติแรกเลยต้องไปกันที่ทีมชาติ กาบอง เลย เพราะที่น่าเหลือเชื่อมากก็เพราะว่า เป็นทีมชาติเจ้าภาพที่จัดการแข่งขันในครั้งนี้ แล้วก็มีสุดยอดเทรนด์เนอร์ชาวสเปนที่พึ่งได้เข้ามารบตำแหน่งกุนซือคนใหม่อยู่ได้ไม่นาน แต่กุนซือคนนี้ก็ทำให้สร้างความผิดหวังแก่คนในชาติกาบองอย่างแท้จริง ซึ่งการทำผลงานของทีมชาติเจ้าภาพนี้ ในเกมแรกก็เกือบจะเอาชนะคู่แข่งได้อยู่แล้ว แต่ก็ถูกทีมคู่แข่งน้องใหม่ตามตีเสมอได้ในนาทีสุดท้าย แล้วในการแข่งขันนัดที่สอง และ นัดที่สาม นัน ทีมชาติกาบองเอง ก็สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น แต่ก็สะกดคำว่าชนะไม่เป็นกับเขาเหมือนกัน เพราะทำได้แค่ เสมอ ชาวบ้านเขาอย่างเดียว จึงทำให้ต้องตกรอบแรกไปอย่างน่าเหลือเชื่อ แล้วก็มีนักเตะตัวความหวังอย่าง โอบาร์บียอง นักเตะที่ค้าแข้งอยู่ในทัพเสือเหลือง ดอทมุน ก็สามารถทำผลงานได้แค่ 2 ประตูในศึกครั้งนี้ ก็ถือว่าทำได้อย่างน่าผิดหวังต่อแฟนบอลทีมชาติกาบองอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ล่าสุดก็ต้องเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋ากลับไปค้าแข้งกับทัพเสือเหลืองเหมือนเคย

ทีมชาติที่สอง ต้องไปกันที่ทีมชาติแอลจีเรีย ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทีมชาติที่น่าผิดหวังอย่างมากในศึกครั้งนี้ ซึ่งถ้าดูจากสายของกลุ่มที่ทีมชาติแอลจีเรียไปเจอแล้ว ก็คงมีทีมชาติเซเนกัลทีมเดียวที่เป็นกระดูกชิ้นโต ทีมเต็งหนึ่งของกลุ่ม และ ก่อนหน้านี้เอง แอดมินและกูรูบอลหลายๆ คนก็มองว่าทีมชาติจิ่งจอกทะเลทรายทีมนี้ ก็คงจะมีโอกาสดีเหลือเกิน ที่จะนำพาทีมชาติของตัวเองผ่านเข้าไปสู่รอบน็อคเอาท์ต่อไปได้ เพราะถ้าดูจากนักเตะในทีมชาติแล้ว ก็มีซุปตาร์มากมาย อย่างเช่น รียาส มาร์เรส และ อิสสราม ซีมาร์นี่ เป็นนักเตะสองแข้งดังจากทีมจิ่งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ ที่สามารถพาทีมไปคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลที่ผ่านมาได้ พร้อมกับกลายเป็นตัวความหวังสูงสุดของทีม แต่พอไปๆ มาๆ แล้วการเปิดศึกตั้งแต่เริ่มต้น ทีมชาติแอลจีเรียก็ไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เลย แล้วจากนั้นมาในนัดที่สอง ก็แพ้คู่แข่งไป แล้วในนัดที่สาม ก็ทำได้แค่เสมอทีมเต็งหนึ่งอย่างเซเนกัล ก็ทำให้การลุยศึกในครั้งนี้ สะกดได้เพียงคำว่า แพ้ และ เสมอ เท่านั้น ไม่เคยจะชนะสักนัดเลย ก็ทำให้พ่ายแพ้แบบตกรอบไปอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วในที่สุด พอหลังจากทัพทีมชาติแอลจีเรียกลับถึงบ้านแล้ว กุนซือทีมชาติแอลจีเรียผู้นำทัพครั้งนี้ก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย ส่วนตักเตะซุปตาร์ทั้งสองคนจากจิ่งจอกสยาม ก็ฝากผลงานในครั้งนี้เอาไว้ได้คนละ 2 ประตู จากนั้นก็เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า กลับไปช่วยทัพเลสเตอร์ ซิตี้ ลุยศึกพรีเมียร์ลีกเพื่อที่จะพาทีมหนีตกชั้นกันต่อไป

ทีมชาติที่สาม ทีมชาติเอลเวอร์รี่โครส ซึ่งสิ่งที่ต้องบอกว่าน่าเหลือเชื่อมากเลยสำหรับทีมชาตินี้ที่พลาดท่าเสียทีตกรอบไปอย่างง่ายๆ เพราะในครั้งที่ผ่านมา เขามีดีกรีเป็นถึงแชมป์เก่ากันเลยทีเดียว แต่สุดท้ายแล้วแม้แต่คำว่าการป้องกันแชมป์ในครั้งนี้เอาไว้ให้ได้ มันก็คงเป็นไปไม่ได้เลยแม้แต่น้อยเดียว แต่ถ้าจะให้วิเคราะห์ไปว่า การพลาดท่าตกรอบในครั้งนี้ อาจจะขาดนักเตะคนสำคัญอย่างสองพี่น้อง ตูเร่ ไปก็เป็นได้ รวมไปถึงการขาด ด็อกบาร์ ที่เขาประกาศเลิกเล่นทีมชิไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถ้าดูฟอร์มโดยรวมของทีมชาติช้างดำแล้ว ก็จะมีนักเตะประเภทกลางๆ ทั้งนั้นเลย ก็จะมีทั้งกลางเก่าและกลางใหม่ มารวมตัวกัน ก็จึงทำให้ผลงานทั้งสามนัดที่ผ่านมาในการลุยศึกครั้งนี้ได้ผลมาว่า ไม่สามารถเอาชนะใครได้เลย ตกรอบแรกไปอย่างชนิดที่ว่าเสียฟอร์มแชมป์เก่าสุดๆ ซึ่งเราก็ต้องมองว่าในอดีตที่คอฟุตบอลหลายคนก็เคยที่จะตามแทงบอลกับทีมแชมป์เก่ารายนี้มาแล้ว ก็คงพิสูจน์ได้ว่าถ้าขาดกำลังหลักของทีมไป ฟอร์มของทัพช้างดำเอง ก็คงจะไปไม่รอด แล้วนี่ก็คือ 3 ทีมชาติที่ทำพลาดอย่างน่าเหลือเชื่อมากที่สุดในศึกแอฟริกัน เนชั่น คัฟ 2017 นั่นเอง

 

บทความที่น่าสนใจ  3 ทีมกับ 5 แชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก ติดตามที่นี่ “sbobet”

ดาวดับประดับพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ติดตามได้ที่ “sbobet”

สำหรับช่วงนี้เพื่อนๆ ที่เป็นคอฟุตบอลในเมืองผู้ดีอังกฤษกันนั้น ก็คงต้องบอกว่ากำลังเป็นช่วงที่คึกคักกันตั้งแต่เปิดฤดูกาลกันมาเลยทีเดียว เพราะเชื่อได้ว่าในช่วงนี้จะมีฟุตบอลคู่เด็ดๆ ประจำศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ให้เพื่อนๆ ได้เลือกที่จะชมที่จะเชียร์และบางท่านที่ชอบเดิมพันก็ต้องเข้าไปแทงบอลออนไลน์กันในเว็บผู้ให้บริการต่างๆ อีกด้วยเนี่ยนะครับ ด้วยเหตุนี้ที่ฟุตบอลในอังกฤษตอนนี้ก็ได้รับความนิยม ก็จึงได้ไปค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวนักเตะบางรายทั้งในอดีตและปัจจุบันนี้ ที่เป็นนักเตะนอกลีกแจ่ก็ย้ายมาเล่นในศึกพรีเมียร์ลีก ศึกที่ว่ากันว่าดุเดือดที่สุดในโลกตอนนี้เลยก็ว่าได้ มีแรงปะทะที่สุด มีการช่วงชิงความเป็นเจ้าแห่งลูกหนังในอังกฤษด้วยนั้น มันก็ไม่ธรรมดาเลย ดังนั้น นักเตะหลายๆ คนก็จะมีทั้งคนที่มาเด่นมาดังในศึกพรีเมียร์ลีกนี้ แต่ก็มีนักเตะบางรายที่ฟอร์มไม่ถึง ฝีเท้าไม่เที่ยง ก็ต้องกลายเป็นดาวดับไปกันซะเลย ดังนั้น ในตอนนี้ “sbobet“ก็เลยจะพาไปดูว่ามีนักเตะคนไหนบ้าง ที่พากันกลายเป็นดาวดับประดับพรีเมียร์ลีก อังกฤษกันไป

มีนักเตะบางรายที่ฟอร์มไม่ถึง ฝีเท้าไม่เที่ยง ก็ต้องกลายเป็นดาวดับไปกันซะเลย ดังนั้น ในตอนนี้ "sbobet"ก็เลยจะพาไปดูว่ามีนักเตะคนไหนบ้าง
ดาวดับประดับพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ติดตามได้ที่ “sbobet”

นักเตะคนแรกเลยที่นับได้ว่ามาเด่นในพรีเมียร์ลีกไม่ทันไร ก็ต้องกลายเป็นดาวดับไปเสียอย่างงั้น คนแรกเลยก็คือ อังเดร เชฟเชนโก้ ซึ่งถ้าใครจำได้นักเตะคนนี้ก็ย้ายจากทีม เอซี มิลาน เข้ามาอยู่กับทีมสิงห์บลู เชลซีเมื่อปี 2006 ด้วยความต้องการส่วนตัวของเจาของทีมฟุตบอลที่เป็นเศรษฐีหนุ่มชาวรัสเซีย ซึ่งสาเหตุที่ทำให้มีออเดอร์อย่างเร่งด่วนไปสู่ขอตัว เชฟเชนโก้ มาจาก มิลาน นั้น ก็ต้องบอกว่าในช่วงที่เค้าได้ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะอาชีพของเส้นทางนี้ ก็เป็นนักเตะที่กลายเป็นดาวยิงที่ถล่มประตูไปนับไม่ถ้วนในทุกๆ รายการ ซึ่งหลายคนก็คิดว่าเมื่อย้ายมาเล่นหรือมาค้าแข้งอยู่ในพรีเมียรืลีก อังกฤษแล้ว เจ้าตัวนักเตะคนนี้นั้น ก็คงมีคนคิดว่าเค้าคงต้องทำผลงานได้ดีเหมือนกับอยู่บ้านเก่าอย่างแน่นอน แต่ใครจะไปคาดคิดว่า เชฟเชนโก้ เองก็ได้นำเอาชื่อเสียงของตัวเองที่สะสมเอาไว้เนิ่นนานมาแล้ว จะต้องเอามาทิ้งไว้ที่ศึกแห่งความดุเดือดเช่นนี้ได้ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว ผลงานในซีซั่นแรกของ พี่โก้ ของเราในสีเสื้อของสิงห์บลูนั้น ลงสนามไปทั้งหมด 30 นัดด้วยกัน แต่ก็สามารถโชว์ฟอร์มระเบิดตัวเองทิ้งไปเสียอย่างนั้น เพราะยิงได้แค่ 4 เม็ดเท่านั้นเอง เป็นไปได้อย่างไรว่า ในอดีตก่นอที่จะมาอยู่เชลซีนั้น เค้าสามารถยิงได้ถล่มทะลายจริงๆ แต่พอย้ายเข้ามาใหม่นั้น กลายเป็นนักเตะที่หมดสภาพไปเลยทีเดียว ซึ่งการเล่นในเชลซีเอง ก็ไม่รู้สึกว่าจะสามารถจุนคลื่นในเพื่อนร่วมทีมกันติดสักเท่าไหร่ ดูเหมือนจะเล่นกันแบบขาดๆ เกินๆ อยู่ในบ้านของสิงห์บลู แล้วในซีซั่นต่อมานั้น เชฟเชงโก้ เองก็ลงสนามไปทั้งหมด 17 นัด ก็สามารถระเบิดฟอร์มตัวเองยิงเข้าไปได้แค่ 5 เม็ดเท่านั้นเอง เมื่อเป็นเช่นนั้น เมื่ออนาคตไม่ได้โดดเด่นตามที่เจ้าของทีมเชลซีคาดคิดเอาไว้ ผ่านไปเพียงแค่ 2 ซีซั่น เท่านั้นเอง ก็ต้องเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋ากลับไปเล่นในทีมเก่า เอซี มิลาน คงเดิม แล้วจากนั้นก็ต้องย้ายไปเล่นกับทีมบ้านเก่าบ้านเกิด เพราะว่าในเอซี มิลานนั้น เฟชเชงโก้ เองก็ยังคงระเบิดตัวเองแทนที่จะระเบิดฟอร์มนั้นออกไปเสียอย่างนั้น ก็ถือได้ว่าเป็นการหลุดฟอร์มเด่น แล้วก็เน้นฟอร์มล่วงกลายเป็นดาวดับประดับพรีเมียร์ลีก อังกฤษกันไปเลยทีเดียว

อีกหนึ่งนักเตะที่ถือได้ว่าเป็นนักเตะดาวดับประดับพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกเช่นกัน เขาคนนั้นมีชื่อว่า โรบิ นโย่ จากทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งในบ้านเดิมของเค้านั้น ก็อยู่กับทีมเรอัล มาดริด แล้วก็เข้ามาอยู่กับแมน ซิตี้ ซึ่งก็คิดว่าจะมาโลดแล่นในสนามเมืองผู้ดี ซึ่งตอนนั้น แมน ซิตี้ ก็ไปสู่ขอค่านักเตะคนนี้มาด้วยราคา 33 ล้านปอนด์ กลายเป็นนักเตะที่มีค่าตัวสูงสุดในพรีเมียร์ลีกขณะนั้นเลยทีเดียว ซึ่งเครื่องหมายการันตีความเก่งกาจของนักเตะคนนี้ ก็ต้องเป็นนักเตะที่ติดทีมชิต หรือไม่ก็เป็นดาวเด่นของทีมราชันย์ชุดชาว แต่ที่ไหนได้ เมื่อย้ายมาอยู่ในพรีเมียรื ลีกแล้ว จะสามารถเล่นได้พลาดท่าเสียีมากมายขนาดนี้ ซึ่งดูเหมือนว่า นักเตะที่กลายเป็นยอดดาวยิงค่าตัวแพงแบบนี้ กลับไม่มีความสุขในการเล่นในอังกฤษสักเท่าไหร่ จนสุดท้ายต้องขายทิ้งไปให้กับทีมเอซี มิลาน ด้วยค่าตัวที่ถูกแสนถูกที่ 18 ล้านปอนด์เท่านั้นเอง เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วเพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไร จะตรงกับกับ”sbobet“หรือไม่ เพราะในเรื่องนี้อาจจะไปกระทบแฟนบอลของนักเตะเหล่านี้อยู่บ้างก็ได้ แล้วเพื่อนๆ คนไหนที่ตามแทงบอลออนไลน์กับนักเตะเหล่านี้ ก็อาจจะต้องวิเคราะห์บอลกันดีๆ สักนิดหนึ่ง เพื่อความมั่นใจในการลงทุนแบบออนไลน์นั้นเอง

สถิติค่าตัวแพงที่สุดในโลกของ เนย์มาร์ ซื้ออะไรได้บ้างบนโลกใบนี้ ติดตามได้ที่ “sbobet”

          ต้องบอกเลยว่าการดีลนักเตะของ เนย์มาร์ กับทีมปาริส แชร์ง แชร์แมงค์ นั้น นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตำนานและอีกหนึ่งมหากาฟลูกหนังที่ต้องบันทึกไว้เลยทีเดียว กับ ค่าตัวที่มีมูลค่ามากถึง 222 ล้านยูโร นั้น ถ้าถามว่าเงินจำนวนนี้เอาไปซื้ออะไรได้บ้างก็ต้องบอกเลยว่ามันมากมายมหาศาลจริงๆ ถ้าเทียบเป็นเงินปอนด์ก็จะอยู่ราวๆ 198 ล้านปอนด์ เลยทีเดียว ดังนั้น มันก็กลายเป็นประเด็นสำคัญอีกอย่างหนึ่งว่า เงินที่ทีมเปเอสเช ต้องจ่ายให้กับทีมบาร์เซโลน่า ที่แตะๆ เข้าไปถึง 200 ล้านปอนด์ นั้น สื่อลูกหนังชื่อดังอย่าง เดอะ มิเลอร์ ก็ได้ออกมาเผยว่า เงินจำนวนนี้มันสามารถที่จะไปซื้ออะไรได้บ้าง มาติดตามกันที่นี่ “sbobet” บทความดีๆ ของคอบอลชาวไทยที่ล้ำสมัยและลุ้นกันได้ทุกวินาทีในการแข่งขันฟุตบอล

เดอะ มิเลอร์ ก็ได้ออกมาเผยว่า เงินจำนวนนี้มันสามารถที่จะไปซื้ออะไรได้บ้าง มาติดตามกันที่นี่ "sbobet" บทความดีๆ ของคอบอลชาวไทยที่ล้ำสมัย
สถิติค่าตัวแพงที่สุดในโลกของ เนย์มาร์ ซื้ออะไรได้บ้างบนโลกใบนี้ ติดตามได้ที่ “sbobet”

อย่างแรกเลยต้องนำไปเทียบกับอดีตนักเตะที่เคยมีค่าตัวแพงที่สุดในก่อนหน้านี้อย่าง พอล ป๊อกบา ถ้านำมาเทียบกับมูลค่าที่เปเอสเชซื้อ เนย์มาร์ แล้วนั้น ก็เรียกง่ายๆ ได้ว่า ซื้อ ป๊อกบา ได้ 2 คนเลยทีเดียว แต่ถ้าลองคิดเล่นๆ ถ้านำเอามาเทียบกันกับนักเตะในไทยลีกของเรากันบ้าง แล้วนักเตะในบ้านเราเองที่มีค่าตัวแพงที่สุดก็ต้องเป็นเจ้าตั้ม ธนบูรณ์ เกศารัตน์ นั่นเอง ถ้าคิดเล่นๆ แบบขำๆ กันอย่างนี้ก็จะสามารถซื้อเจ้าตั้มมาวิ่งเล่นกันในสนามฟุตบอลได้มากถึง 174 คนเลยทีเดียว เรียกไดว่าเงินจำนวนนี้แทบจะซื้อนักเตะทั้งประเทศของเราก็ว่าได้ แต่ในที่นี้เอง ตามสื่อ เดอะ มิเลอร์ ก็ยังไปเปรียบเทียบกับการที่เราเอาเงินจำนวนนี้ 222 ล้านยูโร ไปซื้อผ่านฟีฟ่า สแปซ ที่เป็ยเวอร์ชั่น ไอคอนส์ อิดิชั่น แล้วด้วยนั้น ก็จะได้มากถึง ก็จะได้อยู่ที่ประมาณ 2 ล้านหกแสนกว่าชุดกันเลยทีเดียว เรียกไดว่าแจกให้แฟนบอลทั้งประเทศของเราก็ยังแจกกันครบๆ เลยทีเดียว แต่ถ้านำมาทียบกันเล่นๆ อีกว่า นำเงินจำนวนนี้ไปซื้อเครื่อง เนนเทนเดอร์ สวิซ ในยุโรป ก็จะสามารถซื้อได้มากถึง 6 แสนเจ็ดหมื่นกว่าเครื่องกันเลยทีเดียว แต่ถ้าไปเทียบกันอีกกับคอเกมส์ที่ชื่นชอบการเล่นเกมส์ เพลย์ สเตชั่น 4 โปร ซึ่งเป็นเครื่องเล่นเกมส์เพลย์ ที่เอาไว้เล่นเกมส์ฟุตบอลที่สุดมันส์แข่งกับเพื่อนๆ พร้อมกับมีชุดแว่น วีอาร์ เบรนด์เดอร์ ได้อีกชนิดที่ว่าครบชุดใหญ่ก็ได้มากถึง 2 แสนหกหมื่นกว่าเครื่องเลยทีเดียว แต่ถ้าลองคิดเล่นๆ ไปกันอีกว่า ถ้าเอาเงินจำนวนนี้ไปตีตั๋วดูหนังยอดนิยมอย่าง ดันส์เคิร์ค ในโรงหนังไอแม็ก โรงหนังสุดหรูที่เราจะได้เพรียบพร้อมในการบริการทุกๆ อย่างในนั้นได้ชนิดที่ว่าพระเจ้าสุดๆ ที่เป็นตั๋วในราคาแพงสุดประมาณ 500 บาทต่อหนึ่งที่นั่งนั้น จะได้ตั๋วดูหนังแจกกันทั้งหมดประมาณ 17 ล้านสี่แสนกว่าที่นั่งกันเลยทีเดียว ก็เรียกได้ว่าพาเพื่อน พาแฟน พากันไปทั้งจังหวัดก็ดูกันได้ครบๆ เลยทีเดียว แล้วถ้ามาลองเทียบกันดูกับเหล่าสาวกแอปเปิลกันบ้าง ถ้าเราเอาเงินจำนวนนี้ไปซื้อเครื่อง ไอโฟน 7 พลัส ที่เป็นรุ่นท๊อปสุดที่ความจุในตัวเครื่อง 256 จิกกะไบท์ นั้น ก็จะสามารถซื้อมาแจกเพื่อนๆ ได้อย่างมากมายถึง 2 แสนสองหมื่นกว่าเครื่องเลยทีเดียว เรียกได้ว่าสาวกไอโฟนก็ชอบอย่างมากแน่ๆ ถ้าได้มาแบบฟรีๆ แจกกันแบบนี้ แต่ถ้ามาลองคิดเล่นๆ กันไปอีกว่า ถ้าคอเกมส์สายโหดทั้งหลาย จะเอาเงินในส่วนนี้ไปซื้อคูปองเพื่อปลดล็อคฮีโร่ในเกมส์ ลาฟส์ ทั้งหมด จะสามารถปลดล็อคให้ผู้เล่นทั้งหมดได้ 1 แสนหกหมื่นกว่าผู้เล่นเลยทีเดียว เรียกได้ว่าใครที่มีเพื่อนๆ ในเกมส์เล่นเยอะมีเงินเท่านี้ก็ซื้อแจกๆ กันไปก็รับรองได้ว่าเพื่อนๆ ในเกมส์นั้นจะชื่นชอบและอยากให้คุณมาเป็นเพื่อนอีกจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ถ้าลองคิดเล่นๆ ไปอีกละว่า ถ้าเราจะเอาเงินในส่วนนี้ เอาไปซื้อเครื่องบินส่วนตัว ที่คล้ายๆ กับของขวัญชิ้นแพงที่สุดในชีวิตของไม่กี่คนบนโลกใบนี้จะซื้อได้เพื่อที่จะได้โบยบินไปที่ใดในโลกนี้ก็ได้แบบส่วนตัวๆ ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับใคร เปรียบเสมือเรามีเครื่องบินเป็นรถยนต์ส่วนตัวอะไรแบบนั้น เราจะซื้อได้ทั้งหมดกี่ลำ ลองเดากันเล่นๆ ดูนะเพื่อนๆ ซึ่งผลงที่ได้ก็คือ เงินในส่วนนี้จะสามารถซื้อเครื่องบินส่วนตัวให้สาวๆ นั่งไปกับเราได้ทั้งหมดที่ 1 ล้านสองแสนกว่าลำเลยทีเดียว หรือคิดเล่นๆ อีกว่า ถ้าเอาเงินส่วนนี้ไปซื้อทีมฟุตบอลน้องใหม่ในพรีเมียร์ลีกอย่างฮ์ตเดอร์ฟิล ทาว จะได้นักเตะมากถึง 4 ชุดเลยทีเดียว

แล้วนี่ก็คือบทความการคิดเล่นๆ คิดแบบขำๆ ที่อ้างอิงมาจากสื่อลูกหนังในอังกฤษที่ค่อนข้างเชื่อถือได้ว่าเป็นสื่อลูกหนังชื่อดัง แฟนบอลในบ้านเราเองคิดเห็นว่าอย่างไรกันบ้าง จะตาลุกวาวแค่ไหน และ มันสุดยอดเพียงใด ก็สามารถติดตามบทความโหดๆ แบบนี้ได้ที่นี่ “sbobet” ที่เดิมเช่นเดิม ในทุกๆ เวลาที่คุณอยากจะลุ้นฟุตบอลออนไลน์

รีวิวนักเตะกับทางเข้า “sbobet” ตอน ทำความรู้จักกับ ดิเอโก้ มาราโดน่า กับชีวิตวัยเด็ก

กลับมาพบกันอีกครั้งกับบทความดีๆ ที่จะนำเสนอในทุกแง่มุมบนโลกฟุตบอลช่วงของการรีวิวนักเตะกับทางเข้า “sbobet ช่องทางดีๆ บนโลกออนไลน์สำหรับคนรักฟุตบอลออนไลน์ด้วย โดยประเด็นในครั้งนี้ก็คือตอน ทำความรู้จักกับ ดิเอโก้ มาราโดน่า ในเส้นทางชีวิตที่สุดแสนจะลำบากในวัยเด็กของเขา เรียกได้ว่านักเตะคนนี้มีเรื่องราวมากมายให้ติดตามกัน

 "sbobet ช่องทางดีๆ บนโลกออนไลน์สำหรับคนรักฟุตบอลออนไลน์ด้วย โดยประเด็นในครั้งนี้ก็คือตอน ทำความรู้จักกับ ดิเอโก้ มาราโดน่า"
รีวิวนักเตะกับทางเข้า “sbobet” ตอน ทำความรู้จักกับ ดิเอโก้ มาราโดน่า กับชีวิตวัยเด็ก

ฉายาของเขาผู้นี้คือ เสือเตี้ย ดิเอโก้ มาราโดน่า เขาเกิดเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ปี 1960 บ้านเกิดของเขานั้นอยู่ที่กรุงบูโดสไรเลส ประเทศอาร์เจนติน่า เขาเองเป็นลูกชายคนที่ 4 ของ ดิเอโก้ มาราน่า ซีเนียร์ แต่คนที่ระแวกบ้านเขานั้นจะเรียกว่า ดอน ดิเอโก้ เรื่องราวชีวิตของนักเตะคนนี้ต้องบอกได้เลยว่าไม่ได้สวยหรูอย่างใครเขา เป็นครอบครัวใหญ่ที่เกิดอยู่ในชุมชนแออัด ตัวของนักเตะคนนี้เอง ก็ต้องเจอกับความเป็นอยู่ในวัยเด็กที่ยากลำบากสุดๆ เช่นเดียวกัน จุดเริ่มต้นเล็กๆ ของนักเตะแข้งดังคนนี้ ก็คงเริ่มต้นกันที่ ตอนที่เขามีอายุครบ 5 ขวบ ในวันเกิดปีนั้นเอง คุณพ่อก็ได้ซื้อลูกบอลลูกแรกเป็นของขวัญให้กับลูกชาย ซึ่งเมื่อเทียบกับเด็กๆ ทั่วไปแล้ว ลูกฟุตบอลเพียงลูกเดียว มันคงไม่มีค่าอะไร ก็เตะเล่นบ้างไม่เตะเล่นบ้าง แล้วก็ลืมมันไป แต่สำหรับมาราโดน่าแล้ว ลูกฟุตบอลลูกนี้ มันเหมือนกับรักแรกที่มีต่อกีฬาฟุตบอล แล้วก็เป็นรักแท้ที่ไม่อาจจะถอนตัวออกห่างจากกันและกันได้ มันเป็นลูกฟุตบอลที่สำคัญมากๆ แล้วจากนั้นในเวลาถัดมา คุณพ่อก็ได้เข้าไปฝากฝังให้ลูกชายของเขาได้ลงเล่นฟุตบอลกับทีมในบ้านเกิดของเขาด้วย ซึ่งตอนแรก คุณพ่อก็ได้โทรไปคุยกับโค๊ชของทีมฟุตบอลเล็กๆ ในบ้านเกิด แล้วก็สัญญาว่าจะให้ลงในนัดอุ่นเครื่องที่ไม่ได้มีสาระสำคัญอะไร แต่พอเอาเข้าจริงๆ มาราโดน่า และ โค๊ช ได้เจอกันเข้าก็เท่านั้นแหละ เหมือนกับการตัดอนาคตเด็กตัวเล็กๆ คนนี้ทันที เพราะโค๊ชบอกว่า เจ้าหนู ตัวเล็กกะเปี๊ยกแบบนี้ จะไปทำอะไรคู่ต่อสู้เขาได้ แบบนี้ไม่ต้องลงเล่นแล้วกลับบ้านไปเถอะ ไอ้หนู.. แต่ก็ยังไม่หมดหวัง เมื่อเจ้าหนูน้อย มาราโดน่า ได้ร้องให้แบบไม่อายเพื่อนๆ แล้วคุณพ่อก็ได้ขอร้องว่าขอให้ลูกชายได้พิสูจน์แข้งหน่อยเพราะนี่แค่เกมส์อุ่นเครื่อง มันไม่ได้สาระสำคัญอะไร แล้วโค๊ชก็ยอมให้เจ้าหนูตัวเตี้ยคนนี้ลงสนาม แต่มีข้แม้ว่าจะให้ลงแค่ 10 นาทีเท่านั้นนะ เพราะไม่อยากให้ทีมต้องเสียเปรียบคู่แข่งแม้ว่าจะเป็นแค่เกมส์อุ่นเครื่องก็ตาม แต่พอหลังจากที่ เจ้าหนูน้อยตัวแสบ มาราโดน่า ได้ลงสนามเท่านั้นเอง โค๊ช ก็ไม่จับเขาออกจากสนามเลยจนจบเกมส์ แล้วเจ้าหนูน้อยก็สำแดงฤทธิ์ป่วนคู่แข่งในแดนรับได้อย่างเหนือชั้น แสดงให้เห็นว่าเด็กตัวเตี้ยคนนี้ก็มีฤทธิ์เดชเหมือนกัน แล้วเกมส์ในวันนั้น โค๊ช และ คนเชียร์เองต้องอ้าปากค้าง เพราะหลังจากจบเกมส์ 90 กว่านาที ผลก็คือเอาชนะคู่แข่งไปได้ถึง 7 ประตูต่อ 0 แล้วทั้งหมด 7 เม็ดนี้ ก็เป็นผลงานจากฝีเท้าของเจ้าหนูน้อย มาราโดน่า คนนี้ด้วยทั้งหมด นี่มันคือจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่สุดๆ ของ เสือเตี้ย คนนี้เลยก็ว่าได้ หลังจากจบนัดนั้น มาราโดน่า ก็ได้เข้าไปเป็นนักเตะของทีมเรเซโตบีลัส แล้วก็นำพาทีมนี้กลายเป็นเจ้าแห่งบอลเด็กในบูโดสไอเรสในอาร์เจนติน่าไปได้อย่างขาดลอย เมื่อเสือเตี้ยคนนี้ได้ลงสนาม ก็ได้ทำสถิติไม่เคยแพ้ใครมาทั้งหมด 136 นัด เมื่อเป็นเช่นนี้ ฉายา เจ้าหนูมหัศจรรย์ มันก็เริ่มบังเกิดผลงอกงาม เริ่มมีแมวมองในลีกอาร์เจนติน่าเข้ามาทาบทามมากขึ้น แล้วจากนั้นทีมอาร์เจนติโนส จูเนียร์ ก็ได้ทำการเชิญเจ้าหนูน้อยมหัศจรรย์คนนี้เข้าไปทดสอบฝีเท้า เพื่อเป็นนักเตะอาชีพ แต่ในขณะนั้น มาราโดน่า มีอายุเพียงแค่ 12 ขวบเท่านั้นเอง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อละครับว่า 12 ขวบเท่านั้นเอง ถ้าเป็นเราๆ ทั้งหลาย 12 ขวบยังนอนดูการ์ตูนโดเรมอนกันอยู่เลย โอ้วพระเจ้า สุดยอดจริงๆ หลังจากที่ มาราโดน่า วัย 12 ขวบเข้าไปทดสอบฝีเท้า โค๊ช ของทีมอาร์เจนติโนส ต้องรีบเข้าไปขอดูบัตรประชาชนเลยว่า เขาคนนี้โกงอายุมารึป่าว เพราะฟอร์มแบบนี้ มันไม่ใช่ฟอร์มของเด็กที่จะเล่นฟุตบอล แต่มันเป็นฟอร์มของผู้ใหญ่ที่เล่นฟุตบอลมานานแล้วต่างหาก แล้วก็คิดว่า เด็ก 12 ขวบคนนี้เก่งกว่านักเตะในลีกของเราไปแล้วด้วยซ้ำ

แต่แล้วในที่สุด เด็กน้อยมหัศจรรย์คนนี้ ดิเอโก้ มาราโดน่า นั้นคงไม่ใช่เพียงแค่เด็กทั่วไป แล้วในเวลาต่อมา เขาคือเทพพระเจ้าแห่งวงการลูกหนังในอาร์เจนติน่าเลยทีเดียว แล้วนี่ก็คือเรื่องราวในวัยเด็กของนักเตะที่ชื่อว่า ดิเอโก้ มาราโดน่า ที่เราทางเข้า “sbobet ช่องทางที่มีบริการเกี่ยวกับการทายผลฟุตบอลออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมงรอให้ทุกท่านได้เข้ามามันส์กันในทุกๆ เกมส์การแข่งขันแบบไม่มีข้อแม้กันเลยทีเดียว

 

บทความคาสิโนออนไลน์ที่น่าสนใจ  รีวิวนักเตะกับ “sbobet” ตอน แวงซองต์ กอมปานี กองหลังกระดูกเปราะ